สวมบทบาทนักสืบไซเบอร์ตัวจิ๋ว! เรียนรู้วิธีการประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต ท่องคาถาจับผิด 3 ข้อ (ใครเขียน? เขียนเมื่อไหร่? อ้างอิงจากไหน?) และทำความรู้จักกับรหัสลับนามสกุลเว็บไซต์ เช่น .go.th, .ac.th เพื่อคัดกรองข้อมูลจริงออกจากข่าวปลอม!
เช็กให้ชัวร์ ก่อนเชื่อและแชร์!
นักเรียนรู้ไหมครับว่า ใครๆ ก็สามารถเขียนข้อมูลลงบนอินเทอร์เน็ตได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจริง เรื่องแต่ง หรือเรื่องหลอกลวง (Fake News)! ดังนั้น ก่อนที่เราจะนำข้อมูลมาใช้ทำการบ้าน เราต้องสวมวิญญาณ "นักสืบไซเบอร์" เพื่อเช็กความน่าเชื่อถือเสียก่อนครับ!
เมื่อเราเปิดเจอเว็บไซต์ข้อมูล ให้เราถามตัวเองด้วยคำถาม 3 ข้อนี้เสมอครับ:
ดูว่าผู้เขียนเป็น "ผู้เชี่ยวชาญ" ในเรื่องนั้นๆ หรือเป็น "หน่วยงานของรัฐ/โรงเรียน" หรือไม่ ถ้าเว็บไซต์ไม่มีชื่อคนเขียน... น่าสงสัยแล้วนะ!
ข้อมูลที่ดีต้อง "ทันสมัย" ครับ ถ้านักเรียนหาข้อมูลเรื่องจำนวนประชากรไทย แต่เว็บไซต์นั้นเขียนมาตั้งแต่ 10 ปีที่แล้ว ข้อมูลนั้นก็ใช้ไม่ได้แล้วครับ
เว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ จะต้องบอกว่าตัวเองไปเอาความรู้มาจากไหน เพื่อให้เราสามารถไปตามสืบอ่านต่อได้ครับ
นักสืบเก่งๆ แค่มองที่อยู่เว็บไซต์ (URL) ด้านบน ก็รู้แล้วครับว่าเว็บนี้น่าเชื่อถือแค่ไหน ลองดูตัวอย่างนี้ครับ:
เมื่อเราหาข้อมูลจากเว็บที่น่าเชื่อถือได้แล้ว "ห้ามก๊อปปี้มาส่งครูตรงๆ เด็ดขาด" นะครับ! นักเรียนต้องนำข้อมูลมา เรียบเรียงหรือสรุปเป็นภาษาของตัวเอง และสิ่งสำคัญที่สุดคือ ต้องเขียน "อ้างอิง (Reference)" บอกชื่อเว็บไซต์ วันที่ และชื่อผู้เขียน ไว้ท้ายรายงานเสมอ เพื่อเป็นการให้เกียรติเจ้าของผลงานครับ!
ทดสอบสายตาเหยี่ยวของนักสืบไซเบอร์!
ข้อที่ 1: ถ้านักเรียนต้องการค้นหาข้อมูลเพื่อทำรายงานวิชาประวัติศาสตร์ เว็บไซต์ใดมีความ "น่าเชื่อถือมากที่สุด"?
ข้อที่ 2: ทำไมการตรวจสอบ "วันที่ (Date)" ของข้อมูลบนเว็บไซต์ จึงเป็นเรื่องสำคัญ?
ข้อที่ 3: เมื่อนำข้อมูลจากเว็บไซต์มาทำรายงาน สิ่งที่นักเรียน "ต้องทำ" เพื่อให้เกียรติเจ้าของผลงานคืออะไร?
© 2023 Smartyquizkids.com
All Rights Reserved.