ปิดท้ายหน่วยการเรียนรู้ด้วยการทำความรู้จักเครื่องมือสร้างแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟนสุดฮิตอย่าง MIT App Inventor และ Thunkable ที่เปลี่ยนการเขียนโค้ดยากๆ ให้กลายเป็นการต่อจิ๊กซอว์ (Block Programming) พร้อมเจาะลึก 2 ส่วนประกอบหลัก คือ ส่วนออกแบบหน้าจอ (Designer) และส่วนเขียนคำสั่ง (Blocks)
App Development Tools
การเขียนแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน (Mobile Application) ในอดีตอาจเป็นเรื่องยากที่ต้องใช้โค้ดซับซ้อน แต่ในปัจจุบันเรามีเครื่องมือที่ช่วยให้ "ใครๆ ก็สร้างแอปได้" เพียงแค่ใช้การลากและวาง (Drag & Drop) ครับ!
ทั้ง MIT App Inventor และ Thunkable เป็นเว็บไซต์สำหรับสร้างแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟนที่ได้รับความนิยมสูงมากในสถาบันการศึกษาทั่วโลก เนื่องจากมีจุดเด่นคือ:
การทำงานในโปรแกรมเหล่านี้ จะถูกแบ่งออกเป็น 2 หน้าจอหลักที่ทำงานร่วมกันเสมอ คือ:
เปรียบเสมือน "เวทีจัดแสดง" เป็นหน้าจอที่เราใช้ ลากและวางส่วนประกอบ (Components) ต่างๆ ลงบนหน้าจอแอปพลิเคชัน เช่น ปุ่มกด (Button), ช่องกรอกข้อความ (TextBox), รูปภาพ (Image) หรือการตั้งค่าสีพื้นหลัง
เปรียบเสมือน "สมองสั่งการ" เป็นหน้าจอที่เราจะนำ บล็อกคำสั่ง (Blocks) มาต่อกันเพื่อกำหนดเงื่อนไขว่า "ถ้าผู้ใช้ทำสิ่งนี้ แอปจะเกิดอะไรขึ้น" เช่น ถ้ากดปุ่ม A ให้แอปเล่นเสียงเตือน เป็นต้น
💡 สรุปใจความสำคัญ:
Designer มีไว้ทำหน้าตาให้สวยงาม ส่วน Blocks มีไว้ทำให้แอปฉลาดและทำงานได้จริง!
ทดสอบความเข้าใจเรื่องการใช้เครื่องมือสร้างแอปพลิเคชัน
ข้อที่ 1: โปรแกรมอย่าง MIT App Inventor และ Thunkable มีรูปแบบการเขียนคำสั่ง (Coding) ในลักษณะใด?
ข้อที่ 2: หากนักเรียนต้องการนำ "ช่องกรอกข้อความ" (TextBox) และ "รูปภาพ" (Image) ไปจัดเรียงไว้บนหน้าจอแอปพลิเคชัน นักเรียนต้องทำงานในส่วนใด?
ข้อที่ 3: ส่วนประกอบที่เรียกว่า "Blocks" ในโปรแกรมสร้างแอปพลิเคชัน เปรียบเสมือนสิ่งใด?
ข้อที่ 4: ข้อใดคือ "ข้อดี" ที่สำคัญที่สุดที่ทำให้เครื่องมืออย่าง Thunkable และ MIT App Inventor เหมาะสมกับนักเรียนผู้เริ่มต้นพัฒนาแอป?
ข้อที่ 5: หากเปรียบเทียบการสร้างแอปพลิเคชันกับการสร้างบ้าน "การนำปุ่ม (Button) ไปวางไว้ตรงกลางหน้าจอ" เปรียบได้กับขั้นตอนใด?
© 2023 Smartyquizkids.com
All Rights Reserved.