เมื่อเราเข้าใจปัญหาและได้ข้อมูลมาเพียงพอแล้ว ก็จะเข้าสู่ ขั้นที่ 3 การออกแบบวิธีการแก้ปัญหา และ ขั้นที่ 4 การวางแผนและดำเนินการ แต่การจะคิดค้นนวัตกรรมเจ๋งๆ ได้ เราต้องมี "เครื่องมือช่วยคิด" ครับ
สุดยอดเครื่องมือช่วยคิด (Thinking Tools)
เพื่อไม่ให้ไอเดียสะเปะสะปะ เราสามารถใช้แผนภาพเหล่านี้มาช่วยจัดระเบียบความคิดได้ครับ:
แผนที่ความคิด (Mind Mapping)
ใช้สำหรับ "เชื่อมโยงแนวคิด" แตกกิ่งก้านสาขาจากหัวข้อหลักตรงกลาง เพื่อดูภาพรวมของไอเดียทั้งหมดที่สมองคิดออกมาได้
ผังก้างปลา (Fishbone Diagram)
สุดยอดเครื่องมือสำหรับ "วิเคราะห์สาเหตุของปัญหา" หัวปลาคือปัญหา ส่วนก้างปลาแต่ละซี่คือสาเหตุย่อยๆ ช่วยให้เราแก้ปัญหาได้ตรงจุด
การวิเคราะห์ SWOT
ใช้วิเคราะห์ จุดแข็ง (S) จุดอ่อน (W) โอกาส (O) และอุปสรรค (T) ของชิ้นงานหรือไอเดียของเรา เพื่อนำไปพัฒนาต่อยอดให้สมบูรณ์แบบ
เทคนิค SCAMPER
เทคนิค "สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่" จากสิ่งที่มีอยู่แล้ว เช่น S = Substitute (การหาวัสดุอื่นมาแทนที่), C = Combine (การนำของสองสิ่งมารวมกัน)
ขั้นที่ 4: การวางแผนและดำเนินการแก้ปัญหา
เมื่อได้แบบร่างชิ้นงานที่ต้องการแล้ว อย่าเพิ่งรีบลงมือทำ! เราต้อง "วางแผนการทำงาน" เสียก่อนครับ
- กำหนดขั้นตอน: ลิสต์ออกมาว่าต้องทำอะไรบ้าง 1, 2, 3...
- แบ่งหน้าที่: ใครรับผิดชอบตัดวัสดุ ใครต่อวงจรไฟฟ้า ใครทำรูปเล่มรายงาน
- กำหนดระยะเวลา (Gantt Chart): สร้างตารางเวลาว่าแต่ละงานจะเริ่มและเสร็จสิ้นเมื่อไหร่ เพื่อให้งานเสร็จทันตามกำหนด
ในระหว่างการ "ดำเนินการสร้างชิ้นงาน" นักเรียนต้องคำนึงถึง ความปลอดภัย เป็นอันดับหนึ่งเสมอ หากต้องใช้เครื่องมือช่างที่อันตรายควรมีครูผู้สอนคอยดูแลอย่างใกล้ชิดครับ
















